tanyanee's profileSpace ของ tanyaneePhotosBlogGuestbookMore ![]() | Help |
Space ของ tanyanee |
||||||
|
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
October 29 ปรัชญาจากการเดินทาง ความสุขในการท่องเที่ยวมักเกิดขึ้นตั้งแต่เราเริ่มวางแผน ลงมือเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าและอาจทวีคุณค่ามากขึ้นไปอีกเมื่อได้ค้นพบว่า เราได้อะไรมากมายทุกครั้งจากการเดินทาง
ชีวิตคือความพอเพียง - คนที่เดินทางบ่อย ๆ จะเข้าใจว่า แท้จริงแล้วคนเราต้องการของใช้พื้นฐานเพียงไม่กี่อย่าง มีกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตไม่กี่กิจกรรม ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี หรือคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา มีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดก็เที่ยวสนุกได้แล้ว อย่างน้อยการออกเดินทางบ่อย ๆ น่าจะดีต่อการสร้างนิสัยเรียบง่าย ไม่สะสม ยิ่งเรามีชีวิตที่ปรุงแต่งและยึดติดมากเท่าใด ก็ยิ่งเหนื่อยและมีเงื่อนไขในการมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
เวลาว่างเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต - คนที่เคยชินกับการใช้ชีวิตในเมืองยุ่ง ๆ อาจหลงเข้าใจ (ผิด) ไปว่า การมีงานสุมหัวหรือมีโปรเจ็คท์ต่อคิวรอให้จัดการยาวเหยียด เป็นวิธีที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า เพราะได้แสดงออกถึงศักยภาพอันสูงส่งของตัวเอง แต่เมื่อลองได้ออกไปท่องเที่ยวดูบ้าง คุณจะพบว่าเวลาว่างต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญของชีวิต การอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หมายความว่าเราขี้เกียจ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ทบทวน ทำความรู้จักตัวเองหรือเพ่งพินิจรายละเอียดในชีวิตให้มากกว่าเดิม ซึ่งน่าจะช่วยให้เรามีชีวิตที่น่ารื่นรมย์และมีคุณภาพยิ่งขึ้น
ความสุขนั้นหาง่าย - คุณเป็นอย่างนี้เหมือนกันไหม แค่ได้เห็นพระอาทิตย์ลับลงเหลี่ยมเขา มองปูลมวิ่งลงรู ได้ดื่มด่ำกับม่านหมอกหนาจัด ก็มีความสุขมากแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แถมไม่จำเป็นต้องซื้อหาด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะการเดินทาง โดยเฉพาะการออกไปสัมผัสธรรมชาติบอกกับเราทางอ้อมอยู่แล้วว่า ความสุขนั้นหาง่าย มีอยู่ทั่วไปในทุกหนแห่ง เพียงแค่เราเปิดใจรับหรือมองให้เป็นความสุขหรือเปล่าเท่านั้นเอง
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน - อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกแต่เช้า แต่เมฆกลับมาบดบังอาทิตย์ทอแสง ตั้งใจออกเรือไปกับชาวประมง แต่กลับหาปลาไม่ได้เลยสักตัว นี่เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งที่การออกเดินทางสอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของโลกใบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่คาดหวังได้อย่างแน่นอน แม้แต่ความคิดของเรายังเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที นับประสาอะไรกับการเรียกร้องให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราคาดหวัง การเข้าใจถึงความจริงข้อนี้อย่างถ่องแท้น่าจะช่วยให้คุณมีความสุขกับการไม่คาดหวังมากขึ้น
เพราะโลกนี้คือการเดินทางที่เรียนรู้ได้ไม่รู้จบ หาเวลาเปิดโอกาสเข้าห้องเรียนห้องใหญ่เช่นนี้บ้าง แล้วคุณจะรู้ว่าการเดินทางนั้นได้มอบสิ่งมีค่าให้เราเสมอ..มิใช่เพียงแค่ความทรงจำ
เงิน งาน ความรัก ความสุขข้อใดต่อไปนี้คือความสุขของคุณ
ก. เงิน
ข. งาน
ค. ความรัก
ไม่มีข้อ ง ถูกทุกข้อเป็นคำตอบให้เลือก เพราะในชีวิตจริง คุณต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตลอดเวลา สำหรับบางคนที่ไม่ต้องเลือก หากมีทุกอย่างครบบริบูรณ์ ต้องถือว่าเป็นคนโชคดีที่สุดในโลก แต่ในความเป็นจริงของชีวิต มีน้อยคนเหลือเกินที่โชคดีเช่นนั้น
คำถามคือ ถ้าต้องเลือก ข้อใดคือความสุขที่คุณให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ชายหนุ่มคนหนึ่งมีฐานะมาจากตระกูลดี มีหน้าที่การงานมั่นคง แถมทำงานในกระทรวงที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หลังจากทำงานมาได้ระยะหนึ่ง เขาค้นพบว่างานเอกสารที่ทำอยู่เป็นงานน่าเบื่อหน่ายและจำเจ เขาซื้อเวลาด้วยการลาเรียนต่อระดับปริญญาโทเพื่อคั่นจังหวะชีวิต ต่อด้วยการออกไปประจำการยังต่างประเทศ แต่เมื่อถึงเวลาต้องกลับมาประจำการที่เมืองไทย ความรู้สึกเดิมก็กลับมาเยือนเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้รุนแรงกว่าเก่า เขาเริ่มโหยหาความสุข แม้จะเป็นเพียงความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการได้นั่งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น เขารู้ว่าความสุขในชีวติของเขาคืออะไร เขาอยากเป็นอาจารย์ อยากทำงานด้านวิจัยและมีเวลาอ่านหนังสือ แต่จนถึงวันนี้ เขาก็ยังทนทำงานที่เดิม ด้วยเหตุเพราะ "เงิน" เป็นปัจจัย
หญิงสาวนางหนึ่ง การศึกษาดี มีความรู้ความสามารถเธอตัดสินใจลาออกจากราชการหลังจากทำงานได้เพียง 3 ปี เพราะพบว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ได้ทำให้เธอพัฒนาศักยภาพของตัวเองเท่าใดนัก เธอเปลี่ยนอาชีพมาทำงานอิสระ ใช้ความสามารถที่มีในเรื่องของภาษาทำงานด้านการแปล เธอนั่งทำงานอยู่กับบ้าน มีเวลาปลูกต้นไม้ เลี้ยงหมา ทำกับข้าว และดูแลครอบครัว เธอรู้ดีว่า "งาน" คือความสุขของเธอ แต่เธอก็เลือกงานที่ทำให้เธอมีความสุขด้วย
หญิงสาวอีกนางหนึ่ง หน้าตาดี มีชีวิตอยู่กับครอบครัวมาโดยตลอด เธอพบรักเมื่อวัยล่วงเข้าเลข 3 แล้ว เธอจึงอุทิศชีวิตให้กับรักครั้งแรกด้วยการลาออกจากงานเพื่อเป็นแม่ศรีเรือนเพียงอย่างเดียว หลังจากทำหน้าที่แม่บ้านที่แสนดีได้ 7 ปี วันหนึ่งเธอมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยว เมื่อโลกทัศน์ของเธอเปิดกว้าง เธอก็ค้นพบว่านอกจากความรักแล้วชีวิตยังมีอะไรอื่นที่ตื่นเต้นอีกมากมาย เธออยากเที่ยว อยากเห็นโลกภายนอกแต่ก็จนหนทาง ด้วยเพราะไม่มีรายได้ ทุกวันนี้เธอยังคงอยู่กับคนที่เธอรัก แต่เธอไม่ยึดติดกับ "ความรัก" อีกแล้ว
ตัวอย่างที่นำมาเล่าเป็นชีวิตจริงที่อาจจะคล้ายกับที่หลายคนประสบอยู่ รายละเอียดและสถานการณ์อาจแตกต่างกันไป แต่โดยหลักใหญ่ในเรื่องของเงิน งาน และความรักแล้ว นี่คือส่วนประกอบของชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฉันมีความเชื่อมาโดยตลอดว่า ชีวิตเลือกได้ ในทุกช่วงจังหวะที่ชีวิตดำเนินไป ฉันจึงเลือกมาตลอด โดยยึดความสุขเป็นเส้นชัยของชีวิต เนื่องจากเป็นพวก "สุขนิยม" จึงสนับสนุนคนรอบข้างให้ยึดความสุขเป็นสรณะ อะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุข จงเลือกเถิดค่ะ เลือกเสียก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เลือก และการเป็นผู้เลือกดีกว่าการเป็นผู้ถูกเลือก เงินอาจจะมีความสำคัญก็จริงอยู่ แต่เงินเป็นของมายาที่บังตาผู้คน และไม่อาจบันดาลความสุขที่แท้จริงได้
ความรักนั้นเป็นสิ่งงดงามที่ทำให้เกิดพลัง แต่ความรักเพียงลำพังไม่อาจทำให้ชีวิตดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง October 02 ความ (ไม่) อยากครั้งสุดท้าย ความ (ไม่) อยากครั้งสุดท้าย
เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกคล้ายกัน ความรู้สึกว่าแต่ละวันที่ผ่านไป คล้ายชีวิตเราจะวนเวียนอยู่กับความ "อยาก" และ "ไม่อยาก" เป็นหลัก
เอาง่าย ๆ ตั้งแต่ตื่นนอน หากไม่หลอกตัวเองจนเกินไป จริงหรือไม่ที่คนเรา "ไม่อยากตื่นนอน"
ดูอย่างการตั้งนาฬิกาปลุก สมมติตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะตื่นสักหกโมงเช้า พอถึงเวลาจริง นาฬิกาส่งเสียงร้อง เรามักเอื้อมมือไปตั้งเวลาใหม่ (ให้สายขึ้น) ทั้งที่ความจริงก็ "ไม่อยากตื่นสาย"
หากใครโชคดีเอาชนะความไม่อยากตื่นได้ อาจต้องพบความ "ไม่อยาก" ครั้งต่อไป เมื่อเดินเข้าห้องน้ำส่องกระจกแล้วพบว่า "วันนี้หน้าตาฉันไม่สวย (หล่อ) เลย" เกิดเป็นอาการ "ไม่อยากออกจากบ้าน" ตามมา
เอาน่า หากไม่คิดมากจนเกินไป (ไม่สวยก็ช่างมันปะไร ก็เกิดมาไม่สวยอยู่แล้วนี่หว่า) ตั้งใจว่าจะไม่ยอมลางานด้วยเหตุผลแค่นี้เป็นอันขาด ครั้นเดินทางไปถึงที่ทำงาน กลับรู้สึก "ไม่อยากทำงาน" เอาเสียดื้อ ๆ ทว่าอยากให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ มากกว่า
นั่นอาจเป็นตัวอย่างของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
ขณะที่อีกคน "อยากทำงาน" ใจจะขาด
แต่สมัครที่ไหนก็ไม่มีใครเรียก ต้องนอนอยู่บ้านดูทีวีไปวัน ๆ เปิดทีวีก็มีแต่โฆษณากระตุ้นความ "อยาก" ..เธอคนนั้นอยากขาว นายคนนี้อยากขาวแบบผู้ชาย เธอคนนั้นอยากเอาชนะรอยเหี่ยวย่นของวัย นายคนนี้อยากมีภรรยาที่ซักผ้าได้สะอาดเหมือนใหม่ และเธอคนนั้นก็อยากมีจุดซ่อนเร้นที่สะอาดมั่นใจ (บ้างอยากมีจุดซ่อนเร้นที่ดูใหม่อีกต่างหาก) ดูทีวีไปพร้อมความ "อยากมี" และ"อยากเป็น" เหมือนคนในโฆษณา นี่อาจเป็นตัวอย่างของคนว่างงานคนหนึ่ง
หากนึกย้อนไปสมัยเด็ก
ย่อมมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณครูถามเราว่า "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร" ซึ่งเราเองก็มีหน้าที่ต้องนึก "อยากเป็นอะไรสักอย่าง" แล้วตอบออกไปให้ครูชื่นใจ แม้ความจริงจะไม่ได้อยากเป็นอะไรเลยก็ตาม แต่ที่ต้องตอบเพราะไม่อยากให้ครูผิดหวังและไม่อยากให้เพื่อนล้อ
"ความอยาก" มีในคนสุขและเศร้า
ผู้กำลังมีความสุขสุด ๆ ในชีวิต คงอยากให้ช่วงเวลาขณะนั้นอยู่กับตัวเองตลอดไป ผู้กำลังเผชิญความทุกข์ครั้งใหญ่ บ้างไม่อยากมีชีวิตอยู่
"ความอยาก" อาจมีขั้นกว่าในตัวมันเอง
ในวัยหนุ่ม ชายฐานะปานกลางคนหนึ่งอาจรู้สึก "อยากมีรถขับ" เวลาผ่านไป ชายคนนั้นสร้างฐานะจนร่ำรวย ตามมาด้วยความรู้สึก "อยากมีคนขับรถ" (ความอยาก "แปรผัน" ตามวันเวลาและฐานะการเงิน)
ในวัยสาว ผู้หญิงหลายคนวาดภาพชายในฝันว่า "หล่อ รวย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่" เวลาผ่านไป ข้อแม้ก็ลดลงเรื่อย ๆ สุดท้ายเธอขอเพียงชายคนนั้น "ไม่ชอบผู้ชายด้วยกันก็พอแล้ว" (ความอยาก "ผกผัน" ตามวัย)
สมัยเริ่มทำงานใหม่ ๆ พนักงานคนหนึ่งอาจหวังเพียงได้ทำงานที่ตนรักอย่างนี้เรื่อยไป ผ่านไปสักพัก เขาและเธออาจหวังถึงตำแหน่งที่สูงขึ้น - เงินเดือน ที่มากขึ้น (ความอยากแบบ "แปรผัน" ตามประสบการณ์ - ความเก๋า)
ขั้นกว่าของ "ความอยาก" มีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้ในชามบะหมี่
เติมน้ำตาลช้อนแรก ก็หวานดี เติมช้อนที่สอง - สาม - สี่ เอ๊ะ ชักจะหวานไป สงสัยต้องแก้ด้วยน้ำปลา เติมน้ำปลาแล้ว อ้าว ยังขาดรสเผ็ดนี่นา การณ์ปรากฏว่าเติมพริกหนักมือไปหน่อย เลยต้องกลับมาเติมน้ำตาลดังเดิม (แล้วก็เติมมากไปเหมือนเดิม) สุดท้ายกลายเป็นบะหมี่ที่กระเดือกไม่ลง
"ความอยากของคนคล้ายความสับสนในชามบะหมี่" -- นี่ถ้าพูดในวงเหล้าคงเท่เลยทีเดียว (หรือไม่ก็คงน่าหมั่นไส้พิลึก)
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนอยากรู้เหลือเกินว่า "ความอยาก" และ "ความไม่อยาก" ของคนเราจะจบลงเมื่อใด และถ้าวันนั้นมาถึงจริง เราแต่ละคนจะ "อยาก" และ "ไม่อยาก" เรื่องอะไรกันเป็นครั้งสุดท้าย
ป.ล. เขียนมาถึงบรรทัดนี้ก็รู้สึก "ไม่อยาก" เขียนอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว
By SudSapDa
July 31 ++เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีค่ะ++หวัดดีค่ะ วันนี้เราปัยเที่ยวมาล่ะ ปัยสุพรรณมา
.. มาด้วยกัน ปัยด้วยกัน เลือดสุพรรณเอย .. (ร้องถูกมั้ยเนี้ย)
ปัยเที่ยวกันเองกะญาติ ๆ มา หนุกหนานเหลือเกิน หลาน ๆ ๆๆๆ เยอะมากมาย
ที่แรกที่ปัย คือ วัดไผ่โรงวัว ปัยทำบุญกันแต่เช้าเลย ที่จิงก้อไม่เช้าหรอก สายแล้วล่ะ
วัดนี้ก้อจะมีการจำลองนรก กะ สวรรค์ไว้ แล้วมีพระองค์ใหญ่มากกกก มีบาตรพระให้เสี่ยงทายด้วยนะคะ ต้องลองปัยกันดู ดีเหมือนกันนะคะ
ที่สองคะ คือ ตลาดสามชุก หรือ ที่เค้าเรียกกันว่าตลาดร้อยปีนั่นเอง ก้อดีค่ะ มีของกินเยอะ แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ ติ่มซำค่ะ อร่อยมาก ถึงจะแพงสักหน่อย แต่ก้ออร่อยใช้ได้ค่ะ ลองปัยกันดูนะคะ
ที่สาม คือ วัดพระนอนค่ะ ที่นี่ก้อดีเช่นกัน ปัยถึงก้อไหว้พระ แล้วก้อปัยวังมัจฉาหรือให้อาหารปลานั่นเอง ปลาเยอะมากมายค่ะ ให้แทบไม่ทัน แย่งกันกิน ชอบ ๆ อิอิ
ที่สุดท้าย คือ วัดป่าเลไลย์คะ วัดนี้สวยค่ะ คนเยอะมาก ๆ พระสวยและก้อใหญ่ด้วยคะ แนะนำให้ปัยเช่นกัน
|
||||||
|
|